|
พัฒนาการเด็กปกติ
นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
ส่วนที่ 1. พัฒนาการวัยทารก
1. พัฒนาการทางกาย
1.1. ส่วนสูงของทารกเทียบกับเมื่อโตเต็มที่
33% เมื่อแรกเกิด
50% เมื่ออายุ 2 ½ ปี
60% เมื่ออายุ 6 ขวบ
1.2. ความยาวร่างกาย
50 ซมเมื่อแรกเกิด
75 ซม.เมื่อ 12 เดือน
100 ซม . เมื่อ 4 ปี
150 ซม.เมื่อ 13 ปี
1.3. น้ำหนักของทารก
2 เท่าของแรกเกิด เมื่ออายุ 5 เดือน
3 เท่าของแรกเกิด เมื่ออายุ 12 เดือน
4 เท่าของแรกเกิด เมื่ออายุ 30 เดือน
6 เท่าของแรกเกิด เมื่ออายุ 5 ปี
10 เท่าของแรกเกิด เมื่ออายุ 10 ปี
1.4. สัดส่วนศีรษะต่อลำตัว
แรกเกิด ความยาวของศีรษะต่อลำตัว 1 : 4
โตเต็มที่ ศีรษะต่อลำตัว 1 : 7 ½ - 8
1.5. การขยายสัดส่วนของร่างกายเทียบกับเมื่อโตเต็มที่
ศีรษะขยายจากวัยทารก 1 เท่า
ช่วงลำตัว 2 เท่า
ช่วงแขน 3 เท่า
ช่วงขา 4 เท่า
1.6. พัฒนาการของโครงกระดูกและฟัน
ฟันน้ำนมจะขึ้นเป็นซี่แรกเมื่ออายุ 6 เดือน
ขึ้นครบ 20 ซี่ เมื่ออายุ 24-30 เดือน
ฟันแท้จะเริ่มขึ้นเมื่ออายุ 6 ปี
ขึ้นครบ 32 ซี่ เมื่ออายุ 17 – 25 ปี
2. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
12 เดือนแรก (เดือนละเรื่อง) จ้อง ยิ้ม หัน ชัน กลิ้ง ทิ้ง นั่ง คลาน ดึง ตั้ง ยืน เดิน
12 – 18 เดือน (2 ปี )
ขึ้นลงเก้าอี้ บันไดได้
ขีดเขียนทั่วไปตามฝาผนัง สิ่งของ
พูดประโยคสั้นๆ และคำต่างๆ ได้
รับประทานด้วยช้อนได้ด้วยตนเอง
เปิดหนังสือดูรูปภาพได้
โยนลูกบอล ลงในกล่องได้
3. พัฒนาการด้านสรีระวิทยาร่างกาย
การนอนหลับ
แรกเกิด – 1 เดือน นอนวันละ 16 – 18 ชั่วโมง
ตั้งแต่ 1 เดือน นอนวันละ 14 – 16 ชั่วโมง
6 ½ เดือน – 1 ปี ลดเวลานอนกลางวันเหลือ 1 – 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง
การกิน
ดูดกลืนอาหารตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 – 5 เดือน
เมื่อฟันงอกในเดือนที่ 6 – 8 ทารกจึงรู้จักเคี้ยวอาหารลักษณะกึ่งแข็ง กึ่งเหลวได้
การขับถ่าย
Toilet training 2-3 ปี
4. พัฒนาการทางสติปัญญา
แรกเกิด - 1 เดือน ระบบพฤติกรรม เช่น การดูด
1 - 4 เดือน การเคลื่อนไหวโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย
4 - 10 เดือน เริ่มสำรวจสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้มือป้ายของเล่นที่แขวนอยู่
10 - 12 เดือน มีจุดมุ่งหมายในการทำ
12 - 18 เดือน ทดลองหาวิธีแก้ปัญหา
10 - 24 มีระบบพฤติกรรมมากขึ้น เลียนแบบมากขึ้น
5. พัฒนาการทางภาษา
1. เปล่งเสียงจากคอ (Cooing) แรกเกิด จนถึงอายุ 4 เดือน
2. ออกเสียงอ้อแอ้ (Babbling) อายุ 4 – 5 เดือน มักจะหัวเราะและเล่นกับการออกเสียง
3. ระยะเริ่มเลียนเสียง (Lalling) อายุ 5 – 7 เดือน เด็กชอบออกเสียงซ้ำๆ กัน พอใจในการออกเสียง เด็กหูหนวกจะไม่มีพัฒนาการในขั้นนี้
4. ระยะเลียนเสียง (Echolalia) วัย 7 – 11 เดือน เลียนเสียงได้ถูกต้อง ใช้ท่าทางประกอบ
5. ระยะพูดได้รู้เรื่อง (True speech) อายุ 12 – 24 เดือน เป็นวลี หรือประโยคสั้นๆ
6. พัฒนาการทางอารมณ์
อารมณ์แรกคือ สงบและตื่นเต้น
ต่อมาก็แยกเป็นอารมณ์สุขและอารมณ์ทุกข์
ต่อมามีการแสดงออกของอารมณ์ต่างๆ มากขึ้น ได้แก่
ความโกรธ
ความกลัว ที่กลัวมาก คือ สัตว์ ห้องมืด ที่สูง คนแปลกหน้า เสียงดัง
ความเบิกบาน
ความรัก แสดงออกโดยการสัมผัส โอบ กอด จูบ
ความอยากรู้อยากเห็น
7. พัฒนาการทางสังคม
วัยตอนต้น 2 - 3 เดือน แสดงออกโดยการสบตา การส่งเสียงอือออ และเลียนแบบ
ตอนปลายของวัยทารก
พฤติกรรมผูกพัน ในช่วง 6 - 24 เดือน
ภาษา เรียนรู้คำมากขึ้น แสดงความรู้สึกของตนให้คนอื่นเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
ส่วนที่ 2. พัฒนาการเด็กวัยก่อนเรียน
เด็กวัยก่อนเรียนหมายถึงเด็กอายุประมาณ 2 - 6 ปี
1. พัฒนาการทางกาย
พัฒนาการของกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว ชอบวิ่ง กระโดด ไม่หยุดนิ่ง การทรงตัวดี
เมื่ออายุเพิ่มขึ้นประมาณ 4 - 6 ปี การใช้กล้ามเนื้อต่างๆ จะมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เช่น การเดิน การวิ่ง การหยิบจับและการช่วยเหลือตนเอง
2. พัฒนาการทางสติปัญญา
2.1 พัฒนาการทางความคิด
ช่วง 2-4 ปี คิดก่อนเกิดปฎิบัติการ เป็นความคิดที่เกิดจากการรับรู้ ยังไม่มีเหตุผล ถือว่าตนเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง (Egocentric)
ช่วง 4 - 7 ปี รู้จักสังเกตความแตกต่างและเปรียบเทียบได้ สามารถคิดแยกหมวด แยกขั้นตอนได้ คิดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ได้ รู้จักนับตัวเลข มีจินตนาการสูง
3. พัฒนาการทางภาษา
อ่านและเขียนได้
ช่างซักถาม ติดอ่างได้ในช่วงนี้
4. พัฒนาการทางอารมณ์
แสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงและเปิดเผย เจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ไม่มีเหตุผล พฤติกรรมต่อต้านพ่อแม่
อารมณ์สามัญที่เกิดกับเด็กวัยนี้ ได้แก่ โกรธ ความกลัว ความอิจฉา ความรัก ความอยากรู้ อยากเห็น ความร่าเริงหรือดีใจ
5. พัฒนาการทางสังคม
เริ่มรู้จักคบกับเพื่อนและเล่นกับเพื่อนได้
พฤติกรรมต่อกลุ่ม เช่น การร่วมมือ การยอมรับฟัง การแสดงความเป็นผู้นำ
เกิดพัฒนาการทางจริยธรรมขึ้นช้าๆ
ส่วนที่ 3. พัฒนาการเด็กวัยเรียน
เด็กวัยเรียน หมายถึง เด็กที่มีอายุระหว่าง 7 – 12 ปี
1. พัฒนาการทางกาย
เด็กหญิงจะโตเร็วกว่าเด็กผู้ชายในวัยเดียวกัน
ฟันแท้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนม
การทำงานของกล้ามเนื้อใหญ่ และการประสานกันของกล้ามเนื้อเล็กและตาดีขึ้นมาก
2. พัฒนาการทางสติปัญญา
เรียนรู้ในเรื่องรูปธรรมและนามธรรม เช่น อักษร ตัวเลข เป็นต้น
พัฒนาความคิดรวบยอด
รู้ศัพท์ต่างๆมากขึ้น มีความคล่องแคล่วในการอ่าน การพูด การเขียน
รู้จักการใช้เหตุและผล คิดในแง่ของวิทยาศาสตร์ และเริ่มที่จะรู้จักใช้เหตุผล
บอกความถูกผิดได้ด้วยมโนธรรมของเด็กเอง
3. พัฒนาการทางอารมณ์
กลัวในสิ่งที่มีเหตุผลมากกว่าเด็กวัยก่อนเรียน
มีความรู้สึกสงสารเห็นใจ เข้าใจในอารมณ์ผู้อื่น รวมทั้งสัตว์เลี้ยงด้วย
เรียนรู้ที่จะเข้าใจในอารมณ์ตนเองและบุคคลอื่นๆด้วย
เรียนรู้การผ่อนคลายจากกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น การวาดภาพ การปั้น ดนตรี เป็นต้น
4. พัฒนาการทางสังคม
ชอบที่จะเข้ากับกลุ่มเพื่อน อยากเป็นสมาชิกในกลุ่มเพื่อน ให้กลุ่มยอมรับตนเอง
เรียนรู้ถึงการทำงานร่วมกัน การแข่งขันกัน การเคารพกฎเกณฑ์
เลียนแบบบทบาททางเพศ
มีพฤติกรรมที่คิดว่าจะเหมาะกับเพศของตนเอง เช่น เด็กหญิงก็จะชอบรักสวยรักงาม
วิธีอ้างถึงบทความนี้ = สันต์ ใจยอดศิลป์. พัฒนาการเด็กปกติ. Health.Co.Th Journal 2009:1:p.17
บรรณานุกรม
1. Kliegman RM, Behrman RE, Jenson HB, Stanton BF. Nelson Textbook of Pediatrics e-dition, 18th Edition. Copyright 2007. Saunders. ISBN: 978-1-4160-4004-0
2. ทิพวรรณ ดวงปัญญา . E Learning ของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ . Accessed on 29 May 29, 2009 at http://158.108.52.253/elearning/HOME1/index.html
3. Rosaline Charlesworth. 1992. Understanding Child Development. 3 rd. Ed. Delmar Publisher. Inc., N.Y. USA .
|